[fic] Napier Story ++ch.1 unlucky girl++

posted on 21 Jan 2010 17:56 by verytos in The-Fictions

อะไรนะ!’

               หญิงสาวชาวไทยร้องออกมาเป็นภาษาสากลเสียงหลงอย่างลืมตัว หลังจากที่ฟังสิ่งที่มิสซิสแซลลี่...เจ้าหน้าที่ดูแลและจัดการที่พักอาศัย...เรียกพบเธอ เพื่อพูดคุยอะไรบางอย่างหลังเลิกเรียน

คุณริชาร์ดสันได้แจ้งมาทางเรา ขอให้ช่วยเตือนคุณเรื่องที่คุณก่อความเดือดร้อนให้กับสมาชิกในครอบครัวของเธอ ด้วยการส่งเสียงดังเอะอะในตอนเช้าและยังใช้ชั่วโมงอินเตอร์เน็ตของลูกชายของเธอเกินด้วย ซึ่งเธอได้แจ้งมาอีกว่านอกเหนือจากนี้คุณยังแสดงท่าทีหยาบคายไม่เคารพต่อลูกชายของเธออีกด้วย นะคะ เน็ต

มิสซิสแซลลี่ขยับแว่นตากรอบสีทับทิมสวยหรูเลนส์เคลือบสีกุหลาบของเธอขณะที่เธออ่านข้อความในกระดาษซึ่งหล่อนปริ้นต์ออกมาจากคอมพิวเตอร์ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มหวานให้เธอด้วยท่าทางของผู้ใหญ่ยามมองเด็กซน

เนตร หรือ คมเนตร หรือตามที่เพื่อนๆและครูทุกคนในสถาบันสอนภาษาแห่งนี้เรียกเธอว่า เน็ต กำลังนั่งอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออกกับคำกล่าวหาอันแสนอยุติธรรมที่เธอได้รับ ถ้อยคำกล่าวหาลมๆแล้งๆเหล่านั่นไม่มีมูลความจริงเลยสักนิดเดียว!

ตลอดเวลาสองสัปดาห์ที่เธออยู่กับครอบครัวริชาร์ดสัน เธอไม่เคยทำอะไรที่เรียกได้ว่า เอะอะ เลย เมื่อแม่โฮมสเตย์ของเธอจับเธอยัดเอาไว้ในห้องหลังโรงรถซึ่งหล่อนเรียกว่า ห้องนอนของแขกซึ่งบานกลอนประตูพังจนไม่สามารถปิดได้ด้วยซ้ำ และเวลาส่วนใหญ่แล้วคนที่ครอบครองคอมพิวเตอร์เรียกได้ว่าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงก็คือ เจค ริชาร์ดสัน ลูกชายวัยสิบสี่ของมิสซิสริชาร์ดสันซึ่งไม่เคยปิดเครื่องแม้ตอนที่พวกเขาออกไปสถาบันหรือออกไปนอกบ้านเลย

ครั้งหนึ่งและครั้งเดียวที่เธอได้ใช้อินเตอร์เน็ตของบ้านนั้น ก็คือ ช่วงที่สองแม่ลูกนั่นออกไปเที่ยวสุดสัปดาห์แล้วทิ้งเธอเอาไว้กับ เจ้าจินนี่ แมวอ้วนโรคจิตที่ชอบเข้ามาปลุกเธอเพื่อให้อาหารมันทุกๆเช้าด้วยการกระโดดเหยียบยอดอกเธอ เท่านั้นไม่พอ มันยังใช้กระเป๋าเดินทางของเธอเป็นที่ลับเล็บจนหนังหุ้มด้านนอกขาดเป็นทางอีกด้วย

เสียงเดียวที่เธอก่อในตอนเช้าก็คือเสียงพูดคุยพึมพำกับตนเองในตอนเช้า เนื่องจากแม่ลูกริชาร์ดสันนั้นตื่นนอนตอนเก้าโมงครึ่งหรือไม่ก็เกือบๆสิบโมงทุกเช้า ซึ่งทำให้เธอไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าโรงเรียนของพวกเด็กฝรั่งพวกนี้นั้นเข้าเรียนกันตอนกี่โมงกันแน่? และเนื่องจากที่เธอต้องเดินไปเรียนเองทุกเช้าโดยมีระยะทางสองกิโลทอดยาวอยู่เบื้องหน้า นั่นจึงเป็นการบังคับเธอกรายๆให้เธอต้องตื่นเช้ากว่าเพื่อเดินเท้าไปเข้าเรียนให้ทันตอนเก้าโมง แถมเธอต้องหาสารอาหารให้กับตนเองในตอนเช้าด้วยตัวเองอีกต่างหาก

และ ถ้าอะไรที่จะทำให้ เจค ริชาร์ดสัน นอนไม่หลับในตอนกลางคืนได้ ก็น่าจะเป็นเสียงรถไฟขนส่งตอนเที่ยงคืนที่ดังตึงๆๆๆ แถมยังสั่นสะเทือนเสียจนฝุ่นบนเพดานตกลงมา ทำให้เธอต้องลุกขึ้นมาจามทุกครั้งไปในตอนดึกๆ และในเวลานี้เธอก็คิดว่า...แม่ลูกริชาร์ดสันคิดหาข้ออ้างที่จะขอเงินเพิ่มจากทางสถาบันเสียมากกว่า!

นี่มันไม่แฟร์เลย! ฉันไม่เคยก่อเสียงรบกวนใครมากไปกว่ารบกวนตัวเอง แล้วที่สำคัญฉันไม่เคยแสดงท่าทางหยาบคายต่อเจคมากเท่ากับที่แม่ของเขาทำต่อเขาเลยด้วยซ้ำ

มิสซิสริชาร์ดสันอ้างว่า...คุณรบกวนการใช้คอมพิวเตอร์ของลูกชายของเธอ

คมเนตรขมวดคิ้วมุ่นโดยไม่รู้ว่าสิ่งที่มิสซิสแซลลี่พูดมานั้นเกี่ยวข้องอะไรกับความประพฤติหยาบคาย ใช่ค่ะ ฉันเคยเข้าไปขอใช้อินเตอร์เน็ตครั้งนึงตอนที่เขากำลังเล่นเกมอยู่และเขาไม่ให้เพราะเขาเล่นเกมส์อยู่

แต่เขาว่าคุณรบกวนการทำการบ้านของลูกชายของเธอนะคะ มิสซิสแซลลี่เอ่ย และนั่นก็ให้ความกระจ่างกับเธออย่างที่สุด ซ้ำให้ความมั่นใจในสิ่งที่เธอคิดเอาไว้แต่แรกด้วย

อะไรนะ! โกหกทั้งเพ

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีคำร้องเรียนมา ทางเราจึงจำเป็นต้องพูดคุยกับคุณให้ชัดเจนค่ะ คุณน่าจะรู้แล้วว่าในเมืองของเราเป็นแค่เมืองเล็กๆ ในตอนเช้ามันจะเงียบมากๆ การก่อเสียงใดๆก็ตามจึงเป็นการสร้างเสียงรบกวนให้เกิดขึ้นได้ ฉันไม่โทษคุณหรอกนะคะในเรื่องนี้ เน็ต เพราะฉันคิดว่าเด็กสาวน่ารักอย่างคุณสามารถปรับตัวให้เข้ากับมันได้มิสซิสแซลลี่ยิ้มให้เธออย่างผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก พยายามทำสีหน้าเข้าอกเข้าใจโดยไม่ฟังที่เธอพูดเลยสักนิดและพยายามปั้นท่าทางดูเหมือนโอบอ้อมอารีต่อเธอ แต่นั่นยิ่งตอกย้ำความเชื่อที่ว่าหล่อนเป็นพวก...ไม่ชอบฟังใคร!

คมเนตรกัดริมฝีปากตนเองไม่ให้สบถออกมา มิสซิสแซลลี่ไม่ได้ช่วยทำให้เรื่องนี้ดีขึ้นเลยโดยการไม่ฟังเธอ! เธอคิดว่าปัญหาที่เกิดเป็นปัญหาที่เกิดทั่วๆไปเหมือนที่เธอเคยพบมาซึ่งเป็นไปได้ว่าหลายครั้งหลายหนแล้วจากนักเรียนต่างชาติคนก่อนๆ

หญิงสาวชาวไทยมีสีหน้าอัดอั้นตันใจ และอารมณ์โกรธที่กำลังพล่านอยู่ในหัวของเธอ ทำให้คอของเธอตีบตันพูดอะไรไม่ออก คมเนตรคิดว่าหน้าของเธอคงเปลี่ยนสีไปเรียบร้อยแล้วแหงๆ

ถ้าคุณลำบากใจที่จะอยู่หรือคิดว่ายากที่จะปรับตัวนะ เน็ต ทางเราก็ยินดีที่จะหาครอบครัวใหม่ให้กับคุณ มิสซิสแซลลี่เสนอทางเลือกราคาเจ็ดสิบห้าเหรียญให้กับเธอ ซึ่งเป็นทางเลือกที่คมเนตรรู้ดีว่ามันเป็นไปตามพล็อตที่หล่อนเขียนและเล่นซ้ำมาหลายรอบแล้วกับนักเรียนคนก่อนๆ ข้อเสนอที่เธอมองไม่เห็นประโยชน์ใด...ครอบครัวใหม่! ปัญหาใหม่! และการเสียเงินโดยไม่จำเป็น! เจ็ดสิบห้าเหรียญสำหรับการย้าย! คิดเป็นเงินไทยแล้วทำให้เธอขนลุกเกรียว ลองเอาหนึ่งเหรียญเทียบยี่สิบห้าบาทซึ่งเป็นวิธีการคำนวณอย่างคร่าวๆดูเอาก็แล้วกัน...เจ็ดสิบห้าเหรียญในต่างแดนเช่นนี้ต่อนักเรียนต่างชาติอย่างเธอถือว่าเป็นเงินจำนวนมหาศาล! และที่สำคัญก็คือ...พ่อไม่ได้ให้เงินเธอมาผลาญเยอะขนาดนั้น! และต่อให้เธอเบิกจากตู้ATMจากบัญชีเงินที่เธอมีได้ ก็ตาม แต่เธอก็ไม่ทำเด็ดขาดเพราะเงินเก็บในบัญชีของเธอเองก็มีให้ผลาญไม่มากเหมือนกัน...ก็ฉันมันแค่นักศึกษาจนๆจากครอบครัวชนชั้นกลางนี่ยะ...คมเนตรคิดกับตนเองในใจ

ขอบคุณค่ะ แต่ว่าฉันขอคิดดูก่อน คือ...ฉันอยากจะหาหอพักนักเรียนหรือไม่ก็แบ็คแพ็กเกอร์อยู่เองคนเดียวมากกว่าอยู่กับแฟมิลี่ ฉันไม่อยากจะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาอีก

มิสซิสแซลลี่ยิ้มให้เธออย่างเห็นใจ ตกลง เน็ต ถ้าคุณต้องการอย่างนั้น บางทีคุณน่าจะลองคุยกับเชสดูนะ บางทีเธออาจสามารถช่วยคุณหาที่พักได้

ขอบคุณค่ะ แซลลี่

 และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอมาอยู่ตรงนี้ในเวลานี้ หลังจากที่เธอตระเวนจนขาลากไปทั่วเมืองเนเปีย สิ่งเดียวที่เธอพบก็คือความล้มเหลว ทั้งที่เมืองทั้งเมืองก่อนร่างสร้างขึ้นมาจากการรวมตัวกันของแบ็คแพ็กเกอร์จำนวนนับไม่ถ้วนแท้ๆ อีกทั้งบนถนน Marine Parade ที่ทอดยาวนั่นก็เต็มไปด้วยแบ็คแพ็กเกอร์...

แต่กลับไม่มีที่ไหนว่างให้เธอพัก!

พอกลับมาถึงบ้านเธอก็พยายามหลบหน้าแฟมิลี่ เนื่องจากความเจ็บปวดต่อความอยุติธรรมที่พวกเขาทำต่อเธอนั้นมันยังสดอยู่ในใจ พวกเขาทำอย่างนี้ได้ไง...เธอคิด เมื่อวานนี้พวกเขายิ้มให้เธอทั้งๆ ที่พวกเขารู้อยู่แก่ใจดีว่าทำอะไรลงไปกับเธออย่างนั้นเหรอ! ไม่มีทางเลยที่เธอจะไม่คิดถึงมัน หรือแม้แต่จะหยุดคิดถึงมัน!